ไม่นานมานี้ ออนนี่ได้ดูรายการ มื้อสุดท้ายก่อนตาย ที่มี คุณทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นแขกรับเชิญ โดยคุณทิมเล่าว่าเขาใช้แนวคิด “One Sport One Music” ในการเลี้ยงลูก ฟังแล้วสะดุดใจมากค่ะ เพราะเป็นแนวคิดที่เรียบง่าย แต่ลึกซึ้ง เรามาดูแนวคิดนี้ไปพร้อมๆ กันค่ะ

เด็กทุกคนควรมีกีฬา 1 อย่าง และดนตรี 1 อย่าง
เคยได้ยินไหมคะว่า เด็กทุกคนควรได้เล่นกีฬาอย่างน้อย 1 อย่าง และเรียนรู้ดนตรีอย่างน้อย 1 อย่าง เพราะช่วยส่งเสริม พัฒนาการเด็ก อย่างรอบด้าน ทั้งร่างกาย สมอง และจิตใจไปพร้อมกัน
กีฬา ให้มากกว่าแค่ความแข็งแรง
- สอนเรื่องวินัย
- ฝึกความอดทน
- เรียนรู้การแพ้–ชนะ
- ฝึกการทำงานเป็นทีม
สนามกีฬาไม่ใช่แค่พื้นที่วิ่งเล่น แต่คือห้องเรียนชีวิตขนาดย่อม
ดนตรี ให้มากกว่าเสียงเพลง
- สร้างสมาธิ
- พัฒนาความคิดสร้างสรรค์
- เปิดพื้นที่ให้เด็กได้แสดงออกทางอารมณ์
- ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองหลายส่วนพร้อมกัน
เสียงดนตรีจึงไม่ใช่แค่ความไพเราะ แต่คือเครื่องมือสำคัญของพัฒนาการเด็ก
โดยในมุมของคุณทิม ได้แชร์เรื่องนี้ไว้ว่า ทั้งกีฬา และดนตรีต่างเป็นกิจกรรมที่ให้ความบันเทิง อีกทั้งยังได้ระบายความเครียด คุณทิมมองว่าการให้เด็กได้ลองเล่นกีฬา หรือดนตรี แล้วเจอสิ่งที่ชอบ จะช่วยให้เด็กๆ มีกิจกรรมที่ผ่อนคลายติดตัวไปจนโต รู้วิธีการจัดการอารมณ์ได้ในอนาคต สะท้อนให้เห็นว่า มากกว่าทักษะที่ได้จากการลองทำกิจกรรมแล้ว เด็กๆ จะได้มีโอกาสเจอเส้นทางใหม่ๆ ในชีวิต พร้อมกับการรับมือปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อีกด้วย ถือเป็นของขวัญจากพ่อแม่ที่มอบให้แล้ว เด็กๆ สามารถนำไปต่อยอดได้ตลอดชีวิตเลย

